ประวัติสืบ นาคะเสถียร

 
 ชีวิตวัยเยาว์ “สืบ นาคะเสถียร”

“สืบ นาคะเสถียร” เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2492
ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
เป็นบุตรชายคนโต ในจำนวนทั้งหมด 3 คน
ของ นายสลับ (อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดปราจีนบุรี)
และนางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร
ในวัยเด็ก “สืบ” เป็นคนช่างสังเกต ชอบจดบันทึก เป็นคนจริงจัง และมุ่งมั่น หากจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ดี 
         

 

ในเรื่องผลการเรียนแล้ว “สืบ” เป็นคนที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด มีความสามารถพิเศษทางศิลปะ ชอบวาดรูปและเล่นดนตรี จากความสามารถและทักษะทางศิลปะ ส่งผลให้ “สืบ” ตั้งใจจะสอบเข้าเรียนในทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ แต่ในที่สุดก็สอบติดในคณะวนศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่เลือกเป็นอันดับสุดท้ายในการสอบครั้งนั้น

ในรั้วมหาวิทยาลัย

 

         “สืบ” เข้าเป็นนิสิตใหม่ในคณะวนศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2511 ในช่วงระยะเวลา 4 ปีของการเรียน เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนร่วมรุ่น วน.35 ว่า “สืบ” จะเป็นคนที่เรียนหนังสือเก่ง มีความตั้งใจในการเรียนสูง ทำอะไรทุกอย่างด้วยความตั้งใจและจริงจัง และนอกจากการเรียนในชั้นเรียนแล้ว “สืบ” ยังเข้าร่วมกิจกรรมนิสิต และเป็นนักกีฬาโปโลน้ำของมหาวิทยาลัยอีกด้วย หลังจากจบการศึกษาในปี 2516 “สืบ” เข้าทำงานที่การเคหะแห่งชาติ ประจำส่วนสาธารณะ มีหน้าที่ปลูกต้นไม้ตามหมู่บ้านจัดสรร ก่อนที่จะกลับเข้ามาเรียนต่อในระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา ที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกครั้งในปี 2517
 เป็นข้าราชการกรมป่าไม้

          ปี 2518 “สืบ” สอบเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการของกรมป่าไม้ โดยสอบได้เป็นที่ 3 ของการสอบในครั้งนั้น และในช่วงเวลานั้นเอง “สืบ” ได้เลือกทางเดินในเส้นทางของการอนุรักษ์ ด้วยการเลือกที่จะทำงานในกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ ในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ “สืบ” ทำงานด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท และที่สำคัญ “สืบ” เป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนอย่างที่สุด
          ในปี 2522 “สืบ” สอบชิงทุนจาก British Council และไปเรียนปริญญาโท ในสาขาวิชาอนุรักษ์วิทยา ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเมื่อจบการศึกษาแล้ว ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ จังหวัดชลบุรี ในปี 2526 “สืบ” ขอย้ายตัวเองกลับมาปฏิบัติงานประจำฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า เพราะอยากทำงานวิชาการ และงานศึกษาวิจัย ซึ่งเป็นงานที่ “สืบ” ชอบและมีความสุขที่จะทำมากที่สุด ซึ่งในช่วงเวลานี้ “สืบ” ได้ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมา ทำงานวิจัยด้านการอนุรักษ์ออกมาหลายชิ้น

 


           ปี 2529 “สืบ” ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อน รัชชประภา(เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสบการณ์จากการทำงานในโครงการฯ ทำให้ “สืบ” ได้บทสรุปกับตัวเองว่า “ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน เป็นกระบวนการทำลายแหล่งพันธุกรรม ตลอดจนแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์ป่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจของผืนป่าทั้งหมดที่มนุษย์มิอาจสร้างขึ้นมาใหม่ได้” หลังจากโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน “สืบ” ได้ใช้ความเป็นนักวิชาการต่อสู้เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า

ด้วยความรู้ทางวิชาการประกอบกับประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานที่ผ่านมา มีการค้นคว้า รวบรวมเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการป้องกันทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เช่น ในกรณีคัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจน ที่จังหวัดกาญจนบุรี ในปี 2530“สืบ” กลับมาปฏิบัติราชการในกองอนุรักษ์สัตว์ป่า ในปี ๒๕๓๑ ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในเดือนธันวาคม ปี 2532

 

ห้วยขาแข้ง กับ “สืบ นาคะเสถียร”

         เมื่อรับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง “สืบ” เริ่มงานท่ามกลางปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรของผืนป่าแห่งนี้ อย่างคนที่ไม่กลัวงานหนัก “สืบ” ทำงานแบบนักอนุรักษ์ที่มีพื้นฐานทางวิชาการทีดีเยี่ยม “สืบ” เร่งดำเนินงานทุกอย่างทั้งงานป้องกันปราบปราม งานศึกษาวิจัยทางวิชาการ และงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อย่างเต็มความสามารถ ภายใต้ความคิดที่คิดว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยแก้ไข หรือบรรเทาปัญหาของการบุกรุกทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ผืนป่าแห่งนี้ให้ลดลง หรือหมดไป ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง “สืบ” ยังได้ใช้ความพยายามทุ่มเท ในการเก็บข้อมูลทางวิชาการด้านต่างๆ ของผืนป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อเสนอต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้ผืนป่าแห่งนี้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก ด้วยความที่เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้ จะเป็นหลักค้ำประกันให้พื้นที่อันสำคัญยิ่งนี้ได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างเต็มที่

 

         8 เดือน กับการเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง “สืบ” ทำงานอย่างหนักเพื่อการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติในป่าผืนนี้ แต่ผลที่ได้รับกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่มีใครเข้าใจหรือเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น ยังคงมีสัตว์ป่าถูกล่า และมีการตัดไม้อย่างที่หาคนกระทำผิดไม่ได้ รวมถึงเจ้าหน้าที่อีกหลายคนที่ต้องแลกชีวิตกับการปกป้องสิ่งเหล่านี้

 

 

 

          1 กันยายน 2533 “สืบ” ตัดสินใจที่จะต่อชีวิตสัตว์ป่าและบ้านของสัตว์ป่า โดยเรียกร้องให้สังคมหันมาตระหนักถึงปัญหาของการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการใช้ชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน


          *** 9  ธันวาคม 2534 ผลของความมุ่งมั่นและทุ่มเท และความหวังของ “สืบ” ที่มีต่อผืนป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับการตอบรับจากสังคม ทั้งในระดับชาติในนานาชาติ โดยองค์การยูเนสโก ได้ให้การยอมรับและประกาศรับรองให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นพื้นที่มรดกทางธรรมชาติของโลก ซึ่งถือได้ว่าเป็นผืนป่าแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกเช่นนี้

 

 

 

นิทรรศการสืบ นาคะเสถียร

แนวความคิดและอุดมการณ์ของสืบ นาคะเสถียร

ผลงานทางด้านวิชาการของสืบ นาคะเสถียร



เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตู้ปณ.7 อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี 61160
โทร. 085-725-8433,  087-840-0316
e-mail : khakhaeng@hotmail.com
http://khakhaeng.hi5.com/
สนับสนุนโดย สำนักงานมรดกโลกทางธรรมชาติ ทุ่งใหญ่นเรศวร - ห้วยขาแข้ง

© 2009 Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuary. All rights reserved.