เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuary

 

 

 รายงานจากผืนป่า "ข้าฯจะรักษาป่าไว้เพื่อคนไทยทั้งชาติ"

 

 

 

โดย ขาแข้ง '50    

          หลายคนที่มีโอกาสไปเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ  หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  หากได้มีโอกาสรับทราบถึงความกว้างใหญ่ไพศาล  และความหลากหลาย  หรือความร่ำรวยของทรัพยากรธรรมชาติ  ทั้งป่าไม้และสัตว์ป่าของพื้นที่นั้นๆ แล้ว  คงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า  กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  หน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้โดยตรง  มีแนวทางหรือวิธีการใดๆ ที่จะปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้  และทำได้ในระดับใด  เพราะพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งที่สำคัญๆ  ล้วนมีขนาดกว้างขวางถึงกว่าล้านไร่  เช่น  อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร  เป็นต้น

 
 

       

          หากจะกล่าวโดยภาพรวมแล้ว บทบาทหน้าที่ภารกิจหลักของพื้นที่อนุรักษ์ทั้งอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  ตามกฎหมายก็คือ  การปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติของชาติเหล่านี้ให้ยั่งยืน  ทำให้ป่าเหล่านี้สมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร  หรือเป็นเสมือนหลังคาของประเทศที่จะรองรับน้ำฝน  และปล่อยให้ไหลลงสู่ลำห้วย  ลำธาร  และแม่น้ำ  เพื่อหล่อเลี้ยงประเทศชาติ  รวมทั้งเป็นสถานที่รวบรวมแหล่งพันธุกรรมของพืชและสัตว์ป่า  เป็นคลังทรัพยากรชีวภาพที่ใหญ่และสมบูรณ์เพื่อการค้นคว้าและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไปในภายภาคหน้า  ซึ่งงานในด้านนี้จะมีทั้งเชิงรุกและเชิงรับ 

ที่จะต้องทำควบคู่กันไปในหลากหลายมิติ  เช่น  งานลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่  งานปราบปรามผู้ลักลอบบุกรุกแผ้วถางป่า  และผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าหรือตัดไม้ในพื้นที่  รวมตลอดไปถึงงานสร้างแนวร่วม  หรือวางกระบวนการเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  รวมไปถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้ที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า  ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการนำผลของการศึกษาวิจัยในพื้นที่มาเผยแพร่นั้นเอง  งานเหล่านี้  นักท่องเที่ยวฉาบฉวยทั่วไปมักจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสหรือรับรู้ในรายละเอียด  จะคุ้นเคยก็คงเป็นเฉพาะงานให้บริการนักท่องเที่ยว  ทั้งในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและการพูดจาปราศรัย  หรือให้ความรู้ในลักษณะการบรรยายประกอบภาพและดนตรีตามสถานที่ที่จัดไว้เพื่อการประชาสัมพันธ์  ส่วนสภาพป่าหรือสัตว์ป่าก็มีโอกาสได้เห็นบ้างในบริเวณใกล้เคียงหรือสถานที่ๆ จัดไว้สำหรับให้เป็นเส้นทางเดินป่าสาธิตระยะสั้นบ้าง  ยาวบ้าง  ตามแต่การออกแบบของแต่ละพื้นที่

   

       แต่อย่างไรก็ตาม  ภารกิจที่น่าจะถือได้ว่าเป็นภารกิจหลักที่ทุกพื้นที่จะต้องดำเนินการก็คือการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่เพื่อสำรวจป้องกันตลอดจนปราบปรามการลักลอบกระทำผิดทั้งการล่าสัตว์ป่า  การตัดไม้  และการบุกรุกแผ้วถางยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าอนุรักษ์  และเป็นภารกิจที่ผู้พิทักษ์ป่าทุกคนตระหนักดีว่า  เป็นภารกิจที่ยากลำบาก  และต้องอาศัยความอดทน  ความชำนาญ  ปฏิภาณ  ไหวพริบ  และที่สำคัญที่สุดที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในด้านนี้ทุกคนจะต้องมีเป็นคุณสมบัติประจำตัว  คือ  ความรักและความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ
          พื้นที่ป่าอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ  อาจมีการแบ่งการบริหารพื้นที่เป็นการภายในแตกต่างกันออกไป  แต่ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ  ทุกแห่งจะต้องมีหน่วยพิทักษ์ป่า  และในหน่วยพิทักษ์ป่าแต่ละแห่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่พิทักษ์ป่าจะมากหรือน้อยหรือมีแนวทางวิธีการในการปฏิบัติงานอย่างไร  ส่วนใหญ่ขึ้นกับวิสัยทัศน์  หรือแนวความคิดของหัวหน้าพื้นที่นั้นๆ เป็นสำคัญ  ซึ่งดีกรีที่ปฏิบัติงานอาจมีตั้งแต่การตรวจปราบปรามอย่างเข้มข้น  ไปจนถึงการใช้การประชาสัมพันธ์  การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม  การสร้างแนวร่วม  เพื่อการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ  แต่คงไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดปฏิเสธได้ว่า  การลาดตระเวนตรวจปราบปรามเป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องปฏิบัติและมิอาจเพิกเฉย ละเลยการปฏิบัติได้  เพราะนั้นหมายถึงทรัพยากรธรรมชาติหลายชนิดจะต้องสูญเสียไปอย่างไม่มีทางนำกลับมาได้

     
 

          คำถามจึงคงมีอยู่ว่า  แล้วเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนกันอย่างไร  เพราะพื้นที่ป่าดงที่มีภูเขาสลับซับซ้อนกว้างใหญ่นับล้านไร่  การที่เจ้าหน้าที่จะเดินลาดตระเวนหรือไม่จะทำอย่างเข้มข้นจริงจังหรือทำพอแค่เป็นพิธี  หรือถึงขนาดแอบอ้างรายงานเท็จว่าเดินลาดตระเวน  แต่ข้อเท็จจริง  กลับจับกลุ่มเล่นการพนันหรือแอบทำผิดเสียเอง  ซึ่งย่อมยากที่ใครจะสามารถติดตามตรวจสอบได้

          เมื่อประมาณปลายปี  2547  กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช  โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ได้ริเริ่มนำเอาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์  อันเป็นฐานข้อมูลที่ได้จากผลสำเร็จของการดำเนินงานตามโครงการการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศหรือ  WEFCOM : Ecosystem  management มาใช้ในการวางแผนดำเนินงานเพื่อติดตามการลาดตระเวนสำรวจและตรวจปราบปรามการกระทำผิดเป็นครั้งแรกในประเทศ  ทดแทนการลาดตระเวนตามปกติที่มีการดำเนินการทั่วไปมาก่อน  โดยวางวิสัยทัศน์หรือหลักการแนวทางไว้  3  ประการคือ  เป็นการนำวิชาการมาใช้เป็นหลักในการดำเนินงาน  และมุ่งให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ที่สำคัญ คือ การมุ่งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ

 
 

          การดำเนินการของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เริ่มต้นโดยเร่งจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าในพื้นที่เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และเกิดทักษะในการใช้อุปกรณ์ประกอบในการตรวจลาดตระเวน  อาทิ  การใช้เครื่องระบุพิกัด  GPS กล้องถ่ายภาพระบบ  Digital  รวมไปถึงการฝึกการกรอกข้อมูลประกอบการลาดตระเวน ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่มีการสำรวจและปรับปรุงให้มีความสะดวกรวดเร็วและง่ายต่อการกรอกข้อมูล โดยชุดลาดตระเวนแต่ละชุดจะต้องมีการแบ่งแยกหน้าที่การปฏิบัติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดทำหน้าที่อย่างไรในชุดของตนเอง  ใครเป็นผู้นำชุด  ใครมีหน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องการติดต่อสื่อสาร ใครมีหน้าที่หลักในการบันทึกภาพใครมีหน้าที่หลักในการบันทึกข้อมูล  และใครมีหน้าที่หลักในการใช้เครื่องมือระบุพิกัด  GPS ทั้งนี้  เครื่องมือดังเดิมที่มีและใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็นแผนที่หรือเข็มทิศก็มิได้ละเลยที่จะนำมาใช้งานประกอบกัน  และการฝึกเหล่านี้จะเน้นคัดกรอง ศักยภาพทางกายภาพของร่างกายเพื่อให้มีการฝึกฝนร่างกายให้มีความพร้อมอย่างเพียงพอสำหรับงานด้านการลาดตระเวนด้วยวิธีใหม่นี้

            ในขณะเดียวกันก็ได้มีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่ประกอบด้วยแผนที่และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  ที่บรรจุฐานข้อมูลการลาดตระเวนที่ออกแบบอย่างทันสมัยเพื่อการติดตามตรวจสอบและประมวลผลการลาดตระเวนแต่ละครั้งของแต่ละชุด  แต่ละหน่วยพิทักษ์ป่าไว้เป็นข้อมูลสถิติอย่างละเอียด

 
         
   

           ทั้งนี้  หมายความว่า  จุดพิกัดของเส้นทางในการเดินลาดตระเวนของทุกชุดลาดตระเวนในแต่ละครั้งที่ออกปฏิบัติการ  จะได้มีการบันทึกไว้ด้วยเครื่องระบุพิกัดบนพื้นโลก  GPS  และมาปรากฏบนฐานข้อมูลแผนที่ในจอคอมพิวเตอร์  รวมทั้ง  ภาพเหตุการณ์สำคัญที่พนักงานลาดตระเวนหรือผู้พิทักษ์ป่าตรวจพบจะถูกบันทึกด้วยกล้องถ่ายภาพระบบ Digital  และนำมาถ่ายทอดลงในคอมพิวเตอร์  รวมกับข้อมูลจากแบบฟอร์มที่มีการจดบันทึก

 

          ทุกเดือนเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนโดยเฉพาะผู้นำชุดจะต้องนำข้อมูลที่ได้มีการบันทึกไว้มาบรรจุลงในระบบฐานข้อมูลในห้องปฏิบัติการที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ประมวลการปฏิบัติการในรูปสถิติวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ในภาพรวมต่อไป โดยปัจจุบันได้มีการกำหนดระยะเวลาไว้ว่าทุก  4  เดือน  ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจะได้มีการเชิญผู้นำชุมชนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านอื่นที่เกี่ยวข้องในบริเวณใกล้เคียงให้เข้ามาร่วมกันรับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและร่วมกันพิจารณาวางแผนเพื่อ การแก้ไขและป้องกันการลักลอบทำลาย   ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ร่วมกันต่อไป ซึ่งในอนาคตอาจมี  การดำเนินการเพื่อการเสริมอาชีพหรือสร้างจิตสำนึกต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในหมู่บ้านเป้าหมายที่ข้อมูลระบุว่าเป็นแหล่งรวมของพรานป่าหรือผู้ที่มุ่งกระทำผิดในพื้นที่

ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ใกล้เคียงเขตฯห้วยขาแข้ง
ร่วมรับทราบข้อมูลและข้อเท็จจริง ที่ได้จากการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่

   

 

          “เราเน้นให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำการลาดตระเวนเป็นผู้รายงานสถานการณ์จริงที่ได้ตรวจพบแก่ที่ประชุม  ซึ่งในระยะแรกๆ ก็ดูจะติดขัดบ้างเพราะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในป่าส่วนใหญ่จะพูดไม่ค่อยเป็น  แต่เราก็ขอให้เขาพยายาม  เพราะการรายงานจะเป็นธรรมชาติเห็นอย่างไรก็เล่าอย่างนั้น  ที่สำคัญผู้ทำหน้าที่ลาดตระเวนเกือบทั้งหมดก็เป็นลูกหลานพี่น้องกับผู้นำชุมชนที่เข้ามาร่วมรับฟังรายงาน  เขาจะสื่อสารกันให้รับรู้และเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันต่อไป”  นายสุนทร  ฉายวัฒนะ  หัวหน้าฝ่ายป้องกัน และปราบปรามกล่าว

            “เคยมีคนเสนอความเห็นเสมอว่าเราควรเปิดโอกาสให้ชาวบ้านร่วมลาดตระเวนกับชุดลาดตระเวนด้วย  เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการมีส่วนร่วม

แต่ข้อนี้หลายฝ่ายยังมีข้อขัดแย้งและมีความเห็นแตกต่าง ส่วนผมเองเชื่อว่ากระบวนการมีส่วนร่วมอันเป็นหัวใจหลักส่วนหนึ่งของการป้องกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ จะต้องมีระบบและความเหมาะสม การลาดตระเวนในป่าลึกที่สลับซับซ้อน  เช่น  ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ภัยอันตรายมีมาก  ความตั้งใจดีอย่างเดียวอาจไม่พอ  และที่สำคัญผู้กระทำผิดที่เข้ามาลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจะมีและใช้อาวุธปืนเป็นหลัก  และส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนที่ทันสมัย  จำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะต้องมีอาวุธปืนด้วย      ดังนั้น  การปฏิบัติงานด้วยกันกับบุคคลภายนอกที่ต่างก็มีอาวุธปืน  เมื่อเกิดกรณีคับขันและการฝึกฝนการปฏิบัติงานด้วยกันอย่างสม่ำเสมอจนเกิดความชำนาญ  ชนิดที่เรียกว่ารู้ทางกันเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้  เนื่องจากชาวบ้านเองก็มีสัมมาชีพที่ต้องปฏิบัติ  ความผิดพลาดจึงอาจจะเกิดขึ้นได้  และนี่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา” นายไพโรจน์  ลิ้มเจริญ  หัวหน้าเจ้าหน้าที่โครงการจัดการผืนป่ามรดกโลกเชิงระบบนิเวศ  กล่าวให้ความเห็น

 

เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน นำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ได้จากการปฏิบัติงาน ให้ที่ประชุม ได้รับทราบ

   

          “โปรแกรมการวิเคราะห์และติดตามการดำเนินงานที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ใช้อยู่นี้ส่วนหนึ่งเป็นการประยุกต์มาจากการใช้  MIKE  Program  ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ติดตามการลักลอบล่าช้างป่าในทวีปอัฟริกา  แต่เราได้ช่วยกันทำให้การบันทึกทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว  เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมมาบ้างจะบันทึกหรือกรอกข้อมูลในลักษณะเช็คหรือกาเครื่องหมายได้ทันทีอย่างไม่ผิดพลาด  ที่สำคัญจุดพิกัดที่มีการบันทึกด้วยเครื่องมือ  GPS. ที่มีอยู่ประจำชุดลาดตระเวนมีความแม่นยำสูงและเมื่อนำมาบันทึกลงในฐานข้อมูลแผนที่สารสนเทศภูมิศาสตร์ จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถทราบได้ว่าชุดลาดตระเวนของเราแต่ละชุดไปไหนและพบเจออะไรบ้าง” ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์  ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าประเทศไทย  ผู้เข้ามาให้คำแนะนำช่วยเหลือกิจกรรมการลาดตระเวนนี้ตั้งแต่ต้นให้ความเห็น

 
 

            “ผมตื่นเต้นและภูมิใจมากครับที่ได้เป็นผู้รายงานผลการปฏิบัติงานของพวกเราให้ผู้บังคับบัญชาได้ฟัง  ยิ่งไปกว่านั้น  ผมสามารถบอกทุกคนให้รู้ว่าพวกเราเดินกันจริงๆ  ข้ามเขา  ข้ามห้วย  เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานของเรา  บางครั้งสามารถถ่ายภาพสัตว์ป่าหลายอย่างไว้ได้  เช่น  เสือโคร่งครับ  แต่บางครั้งพวกเราก็พบซากสัตว์ที่ถูกฆ่าครับ  ครั้งหนึ่งเราพบซากค่างหลายตัว  ถูกตัดหัวเตรียมนำออกไปขายในตลาด  ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่า พวกพรานทำอย่างนี้ได้อย่างไร  ตอนถ่ายรูปทำบันทึกก็นึกเสียใจอยู่ตลอดเวลาครับ  แต่ผมก็อยากให้ทุกคนได้รับรู้และได้เห็นครับ  หัวหน้าของผมย้ำกับผมเสมอว่า  พวกเราเป็นแค่ผู้มารับจ้างเฝ้ารักษา  เรามีหน้าที่ส่วนหนึ่งที่จะต้องรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของตัวจริงได้ทราบครับ” พนักงานพิทักษ์ป่าอาวุโสผู้หนึ่งระบายความรู้สึกให้เราฟัง

ข้อมูลที่ได้จากการลาดตระเวน ถูกนำลงในระบบ GIS

          ไม่ว่ากระแสการอนุรักษ์ของประเทศเราจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าการพูดเรื่องการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ  การลักลอบฆ่าสัตว์ป่า  จะสร้างความสะเทือนใจกับประชาชนเพิ่มขึ้นหรือลดลง  พวกเรายินดีเสมอที่จะเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่จะยืนหยัดไม่ยอมแพ้และพยายามทุกทางที่จะหยุดยั้งการกระทำผิดเหล่านั้นไม่ว่าเป็นสภาวะที่ดูเหมือนมีผู้คนรายล้อมให้กำลังใจเช่นเมื่อ  16  ปีที่ผ่านมา  หรือสลดหดหู่  เหงา  และโดดเดี่ยว  เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันผู้พิทักษ์ป่าที่แท้จริงไม่มีสิทธิและไม่มีเวลาที่จะท้อถอย 

          อนุสาวรีย์  ของสืบนาคะเสถียร  คงจะยืนยันคำกล่าวที่ว่า  นักอนุรักษ์ที่ดีจะต้องทำหน้าที่เหล่านี้ได้  ไม่ว่าจะขณะที่มีชีวิตอยู่หรือแม้จะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม  และประเทศเราต้องการนักอนุรักษ์ที่ดีแบบนี้สักอีกกี่คน…..

 
 

 

 

หน้าหลัก


สถิติผู้เยี่ยมชม

 

____________________________________________________________________________________________________________________________

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง   ตู้ ปณ. อ. ลานสัก จ. อุทัยธานี 61160
โทรศัพท์ : 085-725-8433  และ  087-840-0316
email : khakhaeng@hotmail.com

DHTML Web Menu by OpenCube