|
ปัญหาการลักลอบล่าสัตว์จากอดีตถึงปัจจุบัน
การลักลอบล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. การล่าตามออเดอร์จากเอเย่นต์การค้าสัตว์ป่า
ส่วนใหญ่เป็นพรานมืออาชีพ เช่น การลักลอบล่าช้างเพื่อเอางา
การล่าหมีเพื่อเอาอุ้งตีน เป็นต้น
2. การล่าเพื่อเป็นอาหาร
ส่วนใหญ่เป็นพรานที่อาศัยอยู่ตามชุมชนโดยรอบ เช่น หมูป่า เก้ง กวาง
เป็นต้น
แนวคิดการพัฒนาระบบการลาดตระเวนอย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นที่ 1
เมื่อโครงการติดตามตรวจสอบการลักลอบฆ่าช้าง (MIKE)
ได้ดำเนินการในประเทศไทย
โดยโครงการดังกล่าวได้พัฒนาระบบการลาดตระเวนเพื่อการป้องกันการลักลอบล่าช้างป่า
ซึ่งได้ดำเนินการประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศ เช่น
ในอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ในทวีปอาฟริกา
ขั้นที่ 2
ได้มีการนำโปรแกรมผืนป่าแห่งชีวิต (Living landscape program)
มาใช้ในผืนป่ามรดกโลก ทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง
โดยได้ทำการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อคัดเลือก
ชนิดสัตว์ที่เป็นตัวแทนของผืนป่า ได้แก่ ช้าง เสือ นกเงือกคอแดง และ
นาก และได้ร่วมกันจัดทำแผนการอนุรักษ์ ชนิดแห่งผืนป่า
ซึ่งการลาดตระเวนอย่างเป็นระบบก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้อีกทางหนึ่ง
ขั้นที่ 3
แนวคิดเกี่ยวกับความสำเร็จในการอนุรักษ์สัตว์ป่าจะสำเร็จลงได้ต้องประกอบไปด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย
ได้แก่ กรมอุทยานฯ มหาวิทยาลัย (องค์กรวิชาการ) องค์กรพัฒนาเอกชน
จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขระบบการลาดตระเวนของ MIKE
เพื่อให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
และสามารถนำมาปฏิบัติในพื้นที่ ได้จริง
ทั้งนี้เพื่อดำเนินการภายใต้แผนการจัดการผืนป่าแห่งชีวิต
อันจะนำไปสู่การป้องกันการลักลอบล่า ชนิดแห่งผืนป่า
กิจกรรมการสร้างระบบการลาดตระเวน
จัดการฝึกอบรมเทคนิคการลาดตระเวน
ให้กับเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
ดังนี้
รุ่นที่ 1 เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำส่วนการจัดการที่ 2 เมื่อ
สิงหาคม 2548 จำนวน 28 นาย (5 ชุดลาดตระเวน)
รุ่นที่ 2 เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำสำนักงานเขต เมื่อ ตุลาคม 2548
จำนวน 18 นาย (4 ชุดลาดตระเวน)
รุ่นที่ 3 เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำส่วนการจัดการที่ 3 และ 4 เมื่อ
มีนาคม 2549 จำนวน 30 นาย (5 ชุดลาดตระเวน)
รุ่นที่ 4 เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำส่วนการจัดการที่ 1 เมื่อ จำนวน
30 นาย มิถุนายน 2549 (5 ชุดลาดตระเวน)
หลักสูตรการฝึกอบรม
ทดสอบร่างกาย
ทบทวนแผนที่ GPS และ แผนที่
เทคนิคการจับกุม
เทคนิคการลาดตระเวน
การใช้อาวุธปืน HK-33 และ ปืนลูกซอง
การใช้แบบฟอร์มการบันทึกข้อมูลระหว่างการลาดตระเวน
การออกลาดตระเวน องค์ประกอบของชุดลาดตระเวน
การติดตั้งฐานข้อมูล ถ่ายทอดเทคนิคการบันทึกข้อมูล
และเรียกดูข้อมูลในระบบ GIS แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
การลาดตระเวนอย่างเป็นระบบจะสามารถเกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่
จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสั่งการ ประสานงาน การดำเนินการ
และดูแลข้อมูลอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นต้องสร้างขวัญและกำลังใจ
ให้กับเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอีกด้วย
การวางแผนยุทธศาสตร์และการลาดตระเวนในพื้นที่
แผนที่
- แผนที่แสดงเส้นทางการลาดตระเวนตั้งแต่เริ่มเดินจนถึงปัจจุบัน
- ฐานข้อมูลที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ประชุมประจำเดือน
การรายงานผลการลาดตระเวนในแต่ละเดือน
และการวางแผนการออกลาดตระเวนประจำเดือน
การลาดตระเวนและการจับกุม
การออกลาดตระเวน ในพื้นที่ ปัญหาอุปสรรคที่พบ
การจับกุมผู้กระทำผิดในพื้นที่
การส่งคดีการกระทำผิดแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ประเภทปัจจัยคุกคามที่พบในพื้นที่
1. ปางพัก
2. ห้างดูสัตว์
3. เครื่องกระสุน
4. ซากที่เกิดจากการล่า
5. ผู้กระทำผิดและการจับกุม
ผลการดำเนินงาน
เป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์ ประกอบด้วย แผนที่ กราฟ
เกิดความเข้มแข็งของชุดลาดตระเวน
ในเรื่องความสามารถในการปฏิบัติงานได้จริงในพื้นที่
เกิดความเชี่ยวชาญของชุดลาดตระเวน
- สามารถแบ่งกำลังการลาดตระเวนได้อย่างเหมาะสม
- การบันทึกข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของการลาดตระเวน
ไม่ใช่การเดินสำรวจข้อมูล
เน้นให้เห็นความสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป
สร้างความเข้มแข็งให้กับชุดลาดตระเวนทั่วทั้งพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
จุดชี้วัดความสำเร็จ
มีการลาดตระเวนในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งอย่างเป็นระบบ
และมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันใช้สำหรับการจัดการพื้นที่
จุดสัมฤทธิ์ผล
ไม่มีการลักลอบล่าสัตว์ป่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
ซึ่งการแก้ปัญหาให้สัมฤทธิ์ผลที่ดีนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน
Download ตัวอย่างโครงการ
|